การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้พัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งได้นำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้
ตอนที่ 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย
การวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าและแปลความหมายของผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เข้าใจตรงกันได้ใช้สัญลักษณ์ ดังนี้
การนำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้
การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
ผู้วิจัยวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนห้วยยอด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พบว่า รายวิชา ท30212 การอ่านพัฒนาความคิด เป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการอ่าน ซึ่งสามารถนำกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ได้
ผู้วิจัยศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน พบว่า กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนเน้นให้นักเรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ดังนี้
ผู้วิจัยสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน รวม 12 ชั่วโมง ดังนี้
ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตรวจสอบความเหมาะสม และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว จำนวน 3 แผน เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย จำนวน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านวัดผลและประเมินผล จำนวน 2 ท่าน รวม 5 ท่าน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ
ผลการประเมินปรากฏว่า มีประสิทธิภาพในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.68 ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อเสนอแนะสรุปได้ว่า ควรปรับปรุงด้านการใช้ภาษา อาทิ การใช้คำที่มีความกำกวม การเว้นวรรค และความเหมาะสมทางด้านเวลาของการจัดกิจกรรมบางขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากเวลาอาจไม่เพียงพอกับการจัดการเรียนรู้
ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขไปทดลองใช้สอนกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนห้วยยอด เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยทดลองใช้กับกลุ่มพัฒนาเครื่องมือ ดังนี้
ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนห้วยยอด จำนวน 30 คน คัดเลือกโดยวิธีการสุ่มตัวอย่าง
โดยกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฏผลดังตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองแบบภาคสนามโดยการศึกษานำร่อง
| ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ | n | คะแนนเต็ม | ค่าเฉลี่ย ($\overline{x}$) | ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) | คะแนนผลต่าง ($\overline{D}$) | t |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ความสามารถในการคิดคล่อง | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 4.43 | 1.45 | 3.23 | 12.59** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 7.67 | 1.24 | ||
| ความสามารถในการคิดยืดหยุ่น | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 4.20 | 1.56 | 3.20 | 12.10** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 7.40 | 1.19 | ||
| ความสามารถในการคิดริเริ่ม | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 3.77 | 1.19 | 3.80 | 13.46** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 7.57 | 1.04 | ||
| รวม | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 30 | 12.40 | 2.50 | 10.23 | 19.74** |
| หลังเรียน | 30 | 30 | 22.63 | 2.33 |
**มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางที่ 5 พบว่า ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองแบบภาคสนามโดยการศึกษานำร่อง มีผลการทดสอบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.40 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.63 เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สูงสุดด้านความสามารถในการคิดริเริ่ม โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.67 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.24 และนักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ต่ำสุดด้านความสามารถในการคิดยืดหยุ่น โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.19
ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจัดพิมพ์เพื่อนำไปใช้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย
ผู้วิจัยได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนำไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน โดยการศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏผลดังตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
| ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ | n | คะแนนเต็ม | ค่าเฉลี่ย ($\overline{x}$) | ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) | คะแนนผลต่าง ($\overline{D}$) | t |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ความสามารถในการคิดคล่อง | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 4.23 | 1.29 | 2.57 | 13.63** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 6.80 | 1.39 | ||
| ความสามารถในการคิดยืดหยุ่น | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 3.97 | 1.25 | 2.43 | 16.52** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 6.40 | 1.31 | ||
| ความสามารถในการคิดริเริ่ม | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 10 | 4.37 | 1.22 | 2.62 | 12.08** |
| หลังเรียน | 30 | 10 | 6.98 | 1.18 | ||
| รวม | ||||||
| ก่อนเรียน | 30 | 30 | 12.57 | 2.35 | 7.62 | 29.92** |
| หลังเรียน | 30 | 30 | 20.18 | 2.56 |
**มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางที่ 6 พบว่า ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง มีผลการทดสอบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.57 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 20.18 เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สูงสุดด้านความสามารถในการคิดริเริ่ม โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.98 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.18 และนักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ต่ำสุดด้านความสามารถในการคิดยืดหยุ่น โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.31