Content is user-generated and unverified.

บทที่ 4

ผลการวิจัย

การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้พัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งได้นำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้

ตอนที่ 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย

สัญลักษณ์ทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าและแปลความหมายของผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เข้าใจตรงกันได้ใช้สัญลักษณ์ ดังนี้

  • n แทน จำนวนนักเรียน
  • $\overline{x}$ แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดสร้างสรรค์
  • S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • $\overline{D}$ แทน ผลต่างคะแนน

การนำเสนอผลการวิจัย

การนำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้

ตอนที่ 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

1. การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

1.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนห้วยยอด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ผู้วิจัยวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนห้วยยอด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พบว่า รายวิชา ท30212 การอ่านพัฒนาความคิด เป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการอ่าน ซึ่งสามารถนำกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ได้

1.2 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

ผู้วิจัยศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน พบว่า กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนเน้นให้นักเรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ขั้นระบุคำถาม (Learning to question)
  • ขั้นตอนที่ 2 ขั้นแสวงหาสารสนเทศ (Learning to search)
  • ขั้นตอนที่ 3 ขั้นสร้างความรู้ (Learning to construct)
  • ขั้นตอนที่ 4 ขั้นสื่อสาร (Learning to communicate)
  • ขั้นตอนที่ 5 ขั้นตอบแทนสังคม (Learning to service)
1.3 สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้วิจัยสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน รวม 12 ชั่วโมง ดังนี้

  • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 จำนวน 3 ชั่วโมง เรื่อง ตั้งคำถามจากบทความภูมิปัญญาสู่การศึกษาเรียนรู้
  • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 จำนวน 4 ชั่วโมง เรื่อง สรุปองค์ความรู้จากการค้นคว้า
  • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 จำนวน 5 ชั่วโมง เรื่อง ต่อยอดสร้างสรรค์วรรณกรรม
1.4 ตรวจสอบความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้

ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตรวจสอบความเหมาะสม และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

2. การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

2.1 ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ

ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว จำนวน 3 แผน เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย จำนวน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านวัดผลและประเมินผล จำนวน 2 ท่าน รวม 5 ท่าน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ

ผลการประเมินปรากฏว่า มีประสิทธิภาพในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.68 ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อเสนอแนะสรุปได้ว่า ควรปรับปรุงด้านการใช้ภาษา อาทิ การใช้คำที่มีความกำกวม การเว้นวรรค และความเหมาะสมทางด้านเวลาของการจัดกิจกรรมบางขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากเวลาอาจไม่เพียงพอกับการจัดการเรียนรู้

2.2 ทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้

ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขไปทดลองใช้สอนกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนห้วยยอด เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยทดลองใช้กับกลุ่มพัฒนาเครื่องมือ ดังนี้

2.2.1 การทดลองแบบภาคสนามโดยการศึกษานำร่อง

ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนห้วยยอด จำนวน 30 คน คัดเลือกโดยวิธีการสุ่มตัวอย่าง

โดยกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฏผลดังตารางที่ 5

ตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองแบบภาคสนามโดยการศึกษานำร่อง

ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์nคะแนนเต็มค่าเฉลี่ย ($\overline{x}$)ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)คะแนนผลต่าง ($\overline{D}$)t
ความสามารถในการคิดคล่อง
ก่อนเรียน30104.431.453.2312.59**
หลังเรียน30107.671.24
ความสามารถในการคิดยืดหยุ่น
ก่อนเรียน30104.201.563.2012.10**
หลังเรียน30107.401.19
ความสามารถในการคิดริเริ่ม
ก่อนเรียน30103.771.193.8013.46**
หลังเรียน30107.571.04
รวม
ก่อนเรียน303012.402.5010.2319.74**
หลังเรียน303022.632.33

**มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางที่ 5 พบว่า ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองแบบภาคสนามโดยการศึกษานำร่อง มีผลการทดสอบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.40 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.63 เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สูงสุดด้านความสามารถในการคิดริเริ่ม โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.67 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.24 และนักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ต่ำสุดด้านความสามารถในการคิดยืดหยุ่น โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.19

2.3 จัดพิมพ์แผนการจัดการเรียนรู้

ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจัดพิมพ์เพื่อนำไปใช้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย

ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย

ผู้วิจัยได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนำไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน โดยการศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏผลดังตารางที่ 6

ตารางที่ 6 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์nคะแนนเต็มค่าเฉลี่ย ($\overline{x}$)ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)คะแนนผลต่าง ($\overline{D}$)t
ความสามารถในการคิดคล่อง
ก่อนเรียน30104.231.292.5713.63**
หลังเรียน30106.801.39
ความสามารถในการคิดยืดหยุ่น
ก่อนเรียน30103.971.252.4316.52**
หลังเรียน30106.401.31
ความสามารถในการคิดริเริ่ม
ก่อนเรียน30104.371.222.6212.08**
หลังเรียน30106.981.18
รวม
ก่อนเรียน303012.572.357.6229.92**
หลังเรียน303020.182.56

**มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางที่ 6 พบว่า ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง มีผลการทดสอบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.57 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 20.18 เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สูงสุดด้านความสามารถในการคิดริเริ่ม โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.98 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.18 และนักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ต่ำสุดด้านความสามารถในการคิดยืดหยุ่น โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.31

Content is user-generated and unverified.
    บทที่ 4 ผลการวิจัย (ปรับปรุงแล้ว) | Claude