ผู้รายงาน: นายแพทย์วิชญ์ชัย เทพสุวรรณ์
ตำแหน่ง: นักระบาดวิทยา
หน่วยงาน: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
ทีมสอบสวนโรค:
ผู้รายงาน: นายแพทย์วิชญ์ชัย เทพสุวรรณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
ความเป็นมา: วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองใหญ่ แจ้งการพบผู้ป่วยที่มีอาการผื่นดำ (eschar) บริเวณแขน สงสัยการติดเชื้อ Bacillus anthracis สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีจึงได้จัดทีมสอบสวนโรคดำเนินการทันที
วัตถุประสงค์: เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาด ศึกษาลักษณะการระบาดตามตัวแปรบุคคล เวลา และสถานที่ ค้นหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง กำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจาย
วิธีการศึกษา: ดำเนินการสอบสวนโรคระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2568 ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนาและเชิงวิเคราะห์แบบ case-control study ศึกษาสภาพแวดล้อม เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และติดตามเฝ้าระวังโรค
ผลการศึกษา: พบผู้ป่วย cutaneous anthrax จำนวน 3 ราย ทั้งหมดเป็นเพศชาย อายุ 38-52 ปี อาชีพเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงโคเนื้อ ยืนยันการติดเชื้อด้วยการเพาะเชื้อและ PCR พบ B. anthracis ในดินบริเวณที่ฝังซากโค และในซากโคที่ตาย ปัจจัยเสี่ยงหลักคือการสัมผัสโคที่ตายและการจัดการซากอย่างไม่ถูกต้อง
มาตรการควบคุมโรค: รักษาผู้ป่วยด้วยยาปฏิชีวนะ ฉีดวัคซีนป้องกันให้โคทั้งหมด 328 ตัว ฆ่าเชื้อพื้นที่ที่ปนเปื้อน เผาซากโคอย่างถูกวิธี ให้ความรู้แก่ชุมชน และจัดระบบเฝ้าระวังโรค
สรุปผล: การระบาดครั้งนี้เกิดจากการจัดการซากโคที่ตายด้วยโรค anthrax อย่างไม่ถูกหลักสุขาภิบาล การระบาดได้รับการควบคุมเรียบร้อยแล้ว ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่หลังจากวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 14:30 น. นายแพทย์สมชาย วงศ์ใหญ่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองใหญ่ ได้โทรศัพท์แจ้งมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เรื่องการพบผู้ป่วยที่มีอาการผื่นดำ (eschar) บริเวณแขนขวา ซึ่งมีลักษณะสงสัยการติดเชื้อ Bacillus anthracis
ผู้ป่วยเป็นชาวนาอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ มีประวัติการสัมผัสโคที่ตายเมื่อ 5 วันก่อน จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่มีโคตายผิดปกติหลายตัวในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีได้แต่งตั้งทีมสอบสวนโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลา 23 วัน
ผลการวินิจฉัยของแพทย์ ผู้ป่วยทั้ง 3 ราย ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เป็น cutaneous anthrax โดยอาศัยลักษณะทางคลินิกที่เฉพาะเจาะจง คือการมี eschar (แผลสีดำตรงกลางมีขอบยกสูง) บริเวณที่สัมผัสเชื้อ ร่วมกับประวัติการสัมผัสสัตว์ที่เสี่ยง
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
อาการและอาการแสดง ผู้ป่วยทั้ง 3 ราย มีอาการและอาการแสดงที่สอดคล้องกับ cutaneous anthrax ได้แก่ การเริ่มต้นเป็นตุ่มเล็กๆ พัฒนาเป็น eschar ภายใน 2-4 วัน มีไข้และอาการทั่วไป ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
การเปรียบเทียบกับข้อมูลประวัติศาสตร์ พบว่าตำบลหนองใหญ่ไม่เคยมีการระบาดของโรค anthrax มาก่อน การพบผู้ป่วย 3 ราย ในระยะเวลา 8 วัน ถือเป็นการระบาดที่ชัดเจน เนื่องจากอุบัติการณ์ปกติของโรคนี้ในพื้นที่คือ 0 ราย/ปี
ข้อมูลประชากร
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์
ข้อมูลเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ข้อมูลสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม
การกระจายตามลักษณะบุคคล
| กลุ่มอายุ (ปี) | ประชากร | ผู้ป่วย | Attack Rate (ต่อ 100,000) |
|---|---|---|---|
| 30-39 | 1,245 | 1 | 80.3 |
| 40-49 | 1,089 | 1 | 91.8 |
| 50-59 | 987 | 1 | 101.3 |
| รวม | 4,236 | 3 | 70.8 |
การกระจายตามเพศ
การกระจายตามอาชีพ
การกระจายตามเวลา (Epidemic Curve)
การกระจายตามสถานที่ (Spot Map)
Case-Control Study
| ปัจจัยเสี่ยง | ผู้ป่วย (n=3) | กลุ่มควบคุม (n=12) | Odds Ratio | 95% CI | p-value |
|---|---|---|---|---|---|
| สัมผัสโคที่ตาย | 3 (100%) | 2 (16.7%) | ∞ | - | 0.012* |
| จับแผลโคด้วยมือเปล่า | 3 (100%) | 1 (8.3%) | ∞ | - | 0.006* |
| ไม่ใส่ถุงมือเวลาทำงาน | 3 (100%) | 4 (33.3%) | ∞ | - | 0.048* |
| ฝังซากโคในฟาร์ม | 2 (66.7%) | 0 (0%) | ∞ | - | 0.024* |
| อาบน้ำหลังทำงาน | 1 (33.3%) | 10 (83.3%) | 0.1 | 0.01-1.2 | 0.067 |
*p < 0.05
ตัวอย่างจากผู้ป่วย
ตัวอย่างจากสัตว์
ตัวอย่างสิ่งแวดล้อม
การจัดการซากสัตว์ การศึกษาพบว่าเกษตรกรในพื้นที่มีการจัดการซากโคที่ไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ได้แก่ การฝังซากในหลุมลึกเพียง 1-1.5 เมตร โดยไม่ใส่ปูนขาว และใกล้แหล่งน้ำเกินไป (50-80 เมตร) ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสปอร์ในดิน
สภาพฟาร์ม ฟาร์มในพื้นที่ขาดมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพ ไม่มีการฆ่าเชื้อประจำ ไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และเกษตรกรมีความรู้เรื่องโรค anthrax น้อยมาก
เหตุการณ์แวดล้อมสำคัญ ช่วงก่อนการระบาด (วันที่ 15-19 กรกฎาคม) มีฝนตกหนัก ทำให้สปอร์ที่อยู่ในดินกระจายตัวมากขึ้น ประกอบกับความชื้นสูงเอื้อต่อการอยู่รอดของสปอร์
การเฝ้าระวังดำเนินการเป็นระยะเวลา 14 วัน (2 เท่าของระยะฟักตัวสูงสุด) ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม 2568 ผลการเฝ้าระวังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ไม่พบโคป่วยหรือตายผิดปกติ และชุมชนมีความร่วมมือในการรายงานอาการผิดปกติเป็นอย่างดี
การระบาดของโรค anthrax ในตำบลหนองใหญ่ครั้งนี้ เป็นการระบาดแบบ point source outbreak ที่มีลักษณะเฉพาะหลายประการ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการระบาดวิทยาของโรคนี้
จากการวิเคราะห์ epidemic curve พบว่าผู้ป่วยทั้ง 3 ราย มี onset of illness ภายในระยะเวลา 8 วัน ซึ่งสะท้อนถึงการสัมผัสเชื้อจากแหล่งเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยแหล่งเชื้อหลักคือซากโคที่ตายด้วยโรค anthrax และดินที่ปนเปื้อนสปอร์ในบริเวณที่ฝังซาก
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการสัมผัสโคที่ตายด้วยมือเปล่า ซึ่งผู้ป่วยทั้ง 3 ราย มีประวัติการปฏิบัตินี้ ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีเพียง 8.3% เท่านั้น ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.006) แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันการสัมผัสโดยตรง
การเปรียบเทียบกับ